Kiriwong Adventure (Part 1)

Share

ตอนที่ 1: นั่งรถไฟไปคีรีวง

ได้ยินชื่อหมู่บ้านคีรีวงเป็นครั้งแรกด้วยความบังเอิญ ระหว่างที่เดินดูผ้าในงานแฟร์เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์พื้นบ้าน ตอนนั้นได้พบคุณป้าคนหนึ่ง เราประทับใจผ้าที่แกเอามาขายมากด้วยความที่มีเทคนิคที่น่าสนใจ จึงได้เข้าไปคุยเพราะอยากศึกษาเพิ่มเติม จำได้ว่าคุณป้าบอกว่ามาจากหมู่บ้านชื่อคีรีวง ในตอนนั้นเราก็ไม่รู้หรอกว่าคีรีวงนี่ตั้งอยู่ส่วนไหนของประเทศไทย แต่ก็สัญญากับตัวเองและคุณป้าไว้ว่าจะลงไปให้ได้สักวันหนึ่ง แล้วในที่สุด เราก็ได้โอกาสนั้นจริงๆ

WHY KIRIWONG ? 

  • คีรีวง เป็นหมู่บ้านที่เก่าแก่กว่า 300 ปี ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางเทือกเขาหลวง จ.นครศรีธรรมราช มีป่าไม้และน้ำตก ทำให้ร่มรื่น และอากาศบริสุทธิ์มาก จนได้รางวัลอากาศบริสุทธิ์ที่สุดในประเทศไทยมาสองปีแล้ว
  • ที่นี่ มีกิจกรรมให้ทำแบบครบรส ทั้งขึ้นเขา ลุยป่า เล่นน้ำ ทำศิลปะบนผ้า พักผ่อนหนีความวุ่นวาย ได้ซึมซับทั้งความรวดเร็วและสโลวไลฟ์ในคราวเดียวกัน
  • มีเวิร์คช็อปมากมายสำหรับคนที่สนใจงานศิลปะและผ้า รวมทั้งนักออกแบบและดีไซเนอร์ ที่จะได้ทดลองผสมผสานฝีมือกับภูมิปัญญาชาวบ้าน
  • จากกรุงเทพ สามารถนั่งรถไฟสายใต้ ลงสถานีรถไฟคลองจันดี หรือสถานีนครศรีธรรมราช มีรถสองแถวจากตัวเมืองมาที่หมู่บ้านราคา 20-35 บาท
  • สายการ บิน Nok Air และ Air Asia ลงที่สนามบินนครศรีธรรมราช สามารถใช้บริการรถ Taxi จากสนามบินในราคา 600 บาท หรือติดต่อหมู่บ้านล่วงหน้าเพื่อนัดรถโดยสารไปรับ ในราคา 700 บาท

หนึ่งคืนบนรถไฟ หลังจากนั่งมองพระอาทิตย์วิ่งตามเส้นขอบฟ้าจนแสงสุดท้ายลับตา บทสนทนาเกี่ยวกับประสบการณ์บนรถไฟจึงเริ่มขึ้น คนหนึ่งเล่าว่าเพิ่งเคยนอนบนรถไฟเป็นครั้งแรก ตื่นเต้นกับการพับเบาะนั่งให้เป็นเตียงนอนของรถไฟมาก ส่วนอีกคนเล่าถึงความทรงจำสมัยเด็กที่ต้องเดินทางด้วยรถไฟไปเยี่ยมคุณตาคุณ ยายที่เชียงใหม่เป็นประจำทุกปี  ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน รถไฟไทยก็ยังไม่เปลี่ยน บรรยากาศแบบเดิมๆยังคงมีให้เห็น เหมือนจะมีแค่ตัวเองที่ตัวใหญ่ขึ้นเท่านั้น เราหยิบหนังสือเล่มโปรดขึ้นมาอ่านก่อนจะถูกกล่อมด้วยแรงสั่นสะเทือนของตัว รถไฟที่กระทบกับราง

รู้ตัวอีกทีก็เป็นเวลาเจ็ดโมงเช้า เพิ่งเลยสถานีสุราษฎร์ธานีมาได้นิดนึง ดูจากแผนที่ คลองจันดีน่าจะอีกไม่นาน ประมาณ 7.30 ประมาณ 7.30 พนักงานตรวจตั๋วในขบวนจึงประกาศบอกว่าสถานีคลองจันดีที่เราจะลงนั้นใกล้ถึง แล้ว เก็บกระเป๋าและตรวจเช็คสัมภาระ เตียงก็ถูกพับเก็บเป็นที่นั่งสองที่หันเข้าหากันเหมือนเดิม ไม่นานนักเราก็เดินทางมาถึงสถานีรถไฟคลองจันดี ที่ๆเรานัดพี่กีต้าร์ ชาวหมู่บ้านคีรีวงที่จะมาเป็นพี่เลี้ยงดูแลพวกเราใน 5 วันหลังจากนี้ พี่กีต้าร์แนะนำให้รู้จักพี่เก๋ซึ่งเป็นคนนครศรีธรรมราชโดย กำเนิด เราฝากกระเป๋าไว้ที่ร้านชาพี่ดำ ก่อนจะเดินชมตลาดเช้าจันดี

ที่นี่คนนิยมดื่มชากันมาก เราเห็นคนดื่มชากันทุกที่ นี่คือร้านน้ำชาพี่ดำ ที่เราไปฝากกระเป๋าไว้กัน

พอเริ่มเดินตลาดเท่านั้นแหละ พริกเอย กระเทียมเอย คือแน่นมาก ผักกูด ไตปลา ข้าวเช้าก็ยังไม่ได้กิน นั่งรถไฟมาทั้งคืน ด้วยความที่เป็นคนชอบทำอาหารเลยตื่นตาตื่นใจเป็นพิเศษ ปลาสดๆตาใสๆ อืมม

ที่นี่มีผักพื้นบ้านทางใต้ เครื่องแกง ไตปลา อาหารทะเล น้ำพริก กะปิ เคย มากมายให้เลือกซื้อ ภาพด้านบนนี้คือลูกเนียง (เนียงนก) ผักพื้นบ้านทางใต้ที่ใช้เป็นเครื่องเคียงเหมือนสะตอ

ฝั่งตรงข้ามตลาดเป็นร้าน กาแฟจันดีโอชา (อย่าอ่านผิดนะคะ) ที่เจ้าของเป็นคุณตา ทายาทรุ่นที่สามของร้านที่เปิดมากว่า 90 ปีแล้ว ผนังของร้านยังเต็มไปด้วยข้าวของจากวันวานแบบเก่าจริงๆ ไม่ต้องประดิษฐ์ให้ดูวินเทจใดๆ

รองท้องด้วยชาร้อน แพคเกจจากร้านคุณตาทำมาจากกระป๋องนม เวลาดื่มค่อยๆจิบ เก็บขอบดี ไม่มีบาดปาก เพราะคุณตาใช้เชือกฟางทำเป็นห่วงคล้องไว้ถือ น่ารักๆแถมยังใช้ขยะให้เป็นประโยชน์อีกด้วย (กลับมาอวดพ่อ พ่อบอก ไม่เห็นจะแปลกเลย พ่อเคยเห็นมาตั้งแต่เด็กๆ)

พี่กีต้าร์กับพี่เก๋ คนพื้นที่ใจดีที่จะพาเราไปรู้จักคีรีวงในคราวนี้ หลังจากจิบกาแฟกันเสร็จ เราก็เดินไปขึ้นรถ ระหว่างนั้นเจอร้านขายปลาที่มีปลากระพงตัวใหญ่มากๆแบบที่เราไม่เคยเห็นมา ก่อนเลยขอพี่แม่ค้าถ่ายรูป พี่เขาถือปลาให้เราถ่ายรูปเสร็จก็ชวนเราถือเอง วิธีถือก็คือจับที่เหงือกแล้วก็ตัวด้านล่าง เลยลองมันซะเลย หนักมากกกก ตัวหนึ่ง 8 กก. ได้ แล้วพี่เขาก็ถ่ายรูปให้เรา สลับกัน

ต่อมาเราเดินทางไปกันที่วัด พระธาตุน้อย เพื่อนมัสการพระธาตุ และที่นี่ยังเป็นที่ประดิษฐ์ฐานสรีระของพ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ ซึ่งยังคงสรีระไว้ไม่เน่าเปื่อย เมื่อเดินเข้าไปจะพบพระนอนองค์ใหญ่อยู่ทาง ด้านซ้ายของเจดีย์ และประติมากรรมเหมือนของหลวงพ่อคล้ายที่ มีน้ำมนต์โปรยลงมาผ่านทางมะพร้าว

หลังจากนั้นเราก็ออกเดินทาง ไปยังเขาเหมน ทางขึ้นชันนิดนึง ผ่านสวนยาง สวนผลไม้ที่กำลังออกดอก ฤดูผลไม้ของที่นี่จะเริ่มช่วงเดือนสิงหา กันยา ต่างจากตะวันออกที่ฤดูผลไม้ทางนั้นจะเป็นช่วงพฤษภา มิถุนา พี่เก๋บอกว่าช่วงตอนเช้าหมอกลง ถนนเส้นนี้โรแมนติกมาก ฟังแล้วก็ได้แต่จินตนาการตามเอา

เดินทางมาถึงเขาเหมนรีสอร์ท ที่เห็นยอดแหลมๆด้านหลังนั่นแหละคือยอดเขาเหมน ที่คนที่นี่เปรียบว่าเป็นฟูจิยาม่าเมืองไทย แต่ก่อนจะชมวิวต่อ เราขอพักก่อนเพราะหิวมาก อาหารกลางวันมื้อนี้มีแกงไก่บ้าน แกงส้มกุ้ง แกงเลียง ยำผักกูด ซึ่งเป็นผักท้องถิ่นของทางใต้ที่เราโปรดปราน

อิ่มแล้วก็ได้เวลาดื่มด่ำวิว ธรรมชาติกัน ยอดเขาเหมนเป็นสามเหลี่ยมแหลม ที่จริงแล้วเขาเหมนเที่ยวได้ทุกฤดู พอเริ่มเข้าสู่ช่วงใบไม้ผลิ ป่าข้างล่างจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองออกแดง ต้นไม้ลำต้นตรงสวยสีขาวที่เราเห็นในภาพ เรียกว่าต้นจำปาดะ

ติดตามภาค2

จองกิจกรรม: คลิก!

Credit: Special Thanks to: VanilaWalk and WalkPaper (Writers), CreativeMoveการท่องเที่ยวเเห่งประเทศไทย (ททท.), การบินไทย, PORTFOLIOS*NET 

หมู่บ้านคีรีวงเป็น 1 ใน 7 ชุมชนที่เข้าร่วมโครงการประกวดสร้างสรรค์ Green Ragners โดย CreativeMOVE ที่ Hivesters ร่วมสนับสนุบกับการท่องเที่ยวเเห่งประเทศไทย (ททท.), การบินไทย และ PORTFOLIOS*NET | รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการ คลิก! 

Chat with
our team!