Blog test image

Kiriwong Adventure (Part 2)

หลังจากอิ่มอร่อยกับอาหารป้าต้อยเมื่อคืนไป เราก็หลับซะสนิท เพราะตั้งใจจะตื่นเช้ามาสูดอากาศเดินชมตลาดเช้าของหมู่บ้านคีรีวง โชคดีที่เรามาตรงกับวันจันทร์พอดี เพราะตลาดนี้จะมีเฉพาะวันจันทร์และศุกร์

แต่เดิมชุมชนคีรีวงมีชื่อว่า “บ้านขุนน้ำ” เพราะตั้งอยู่ใกล้ต้นน้ำจากยอดเขาหลวง ซึ่งไหลต่อมาเป็นลำธารขนาดใหญ่ผ่านกลางหมู่บ้าน เรียกว่า “คลองท่าดี” ถ้าเดินจากโฮมสเตย์บ้านป้าต้อยไปไม่กี่นาทีก็จะเจอทางลงไปที่คลองท่าดี คลองนี้จะมีทางลงแบบในภาพเป็นจุดๆ แต่จุดที่เราลงเป็นสันฝายกว้างประมาณสามเมตร คนที่นี่เลยใช้สัญจรเพื่อข้ามฝั่งไปมา

ตลาดเช้าของหมู่บ้านนี้ไม่ใหญ่มากแต่บรรยากาศคึกคัก พ่อค้าแม่ค้ามาตั้งแผงสินค้ากันหลากหลาย ชาวบ้านมาเดินเลือกซื้อวัตถุดิบ ทั้งอาหารทะเล เนื้อสัตว์ ผลไม้จากสวนของชาวบ้าน ของหวานของคาวอาหารหลายอย่างที่ไม่ค่อยได้เห็นที่กรุงเทพอย่าง ขนมรังผึ้ง ข้าวยำสมุนไพร ขนมครกชาวบ้าน ข้าวเหนียวไก่โรยหอมเจียว ชิมไปก็เพลินไป มีคุณยายหิ้วถุงผ้ามาเดินเลือกซื้อผลไม้ด้วย

พี่กีต้าร์เล่าให้ฟังว่าขนมครกชาวบ้านแบบนี้จะใช้กะทิสดๆ ทำให้รสชาติไม่หวาน เป็นสูตรที่ต้องโรยน้ำตาลก่อนกิน เราชิมแล้วอร่อยมากๆ ส่วนขนมรังผึ้งก็ใส่ไส้ข้าวโพดและมะพร้าว อร่อยหนุบหนับ

ดอกกาหลา ดอกไม้สีชมพูสดที่เอามาซอยเป็นเครื่องคลุกผสมกับข้าวยำ

ยาสูบ (ยากลาย) ปลูกที่ต.กลาย อ.ท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นยาเส้นที่มีชื่อเสียง  เป็นที่รู้จักกันดีในด้านคุณภาพของยาเส้น

หลังกลับมาจากตลาด เรานั่งทานข้าวที่ศาลาไม้ไผ่หน้าบ้านพี่กีตาร์ มื้อเช้าวันนี้คือสิ่งที่เราช้อปปิ้งมาจากตลาดกัน มีข้าวยำที่ใส่ดอกกาหลา ขนมหวาน ปิดท้ายด้วยเหนียวไก่เจ้าอร่อย พิเศษตรงที่มีหอมเจียวโรยหน้า ระหว่างนั่งพิมพ์บทความเลยหันไปถามเพื่อนที่เป็นคนหาดใหญ่ เค้าบอกที่นั่นก็ใส่หอมเจียวเหมือนกัน คือเป็นเอกลักษณ์ของทางภาคใต้อะแหละ จะโรยข้าว ก๋วยจั๊บญวน หรือเครื่องเคียงคู่กับหอยนางรม เพราะดับคาวได้ ทั้งยังให้กลิ่นและรสกลมกล่อม หวาน มัน เค็ม อย่างนิดหน่อย ..ท้องร้องจ้า

กินข้าวเช้าเสร็จ เพื่อนอีกสองคนที่บินจากกรุงเทพมาสมทบในทริปนี้ก็เดินทางมาถึงพอดี วันนี้เรานัดกับพี่กีตาร์ไว้ว่าจะไปดูงานกลุ่มอาชีพต่างๆในหมู่บ้านกัน เพราะสิ่งที่โดดเด่นอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้หมู่บ้านคีรีวงนี้มีชื่อเสียง ก็คือเรื่องกลุ่มชาวบ้านที่นำภูมิปัญญามาทดลองได้อย่างสร้างสรรค์  ด้วยความที่คนที่นี่มีวิถีชีวิตแบบชาวสวนอยู่กับธรรมชาติ รูปแบบการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้และกิจกรรมที่มีให้ทำต่างๆจึงอิงกับ ธรรมชาติอย่างน่าสนใจ โดยภายในหมู่บ้านได้จัดตั้งกลุ่มออกเป็นหลายกลุ่ม ได้แก่ กลุ่มลูกไม้ กลุ่มบ้านสมุนไพร กลุ่มมัดย้อม กลุ่มใบไม้ กลุ่มลายเทียน ที่ให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปร่วมกิจกรรมต่างๆ ได้ด้วยตัวเอง เราเริ่มต้นวันกันด้วยที่แรก คือกลุ่มใบไม้

กลุ่มใบไม้

กลุ่มใบไม้บ้านคีรีวง คือสตูดิโอผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติที่ให้ความสำคัญกับการใช้ส่วนที่เหลือใช้ของ พืชในชุมชนมาสกัดเป็นสีย้อมผ้า เจ้าของกลุ่มใบไม้คือพี่ อุไร ด้วงเงิน ชาวคีรีวงที่ไปเรียนด้านบัญชีในกรุงเทพและมีความฝันอยากมีร้านอาหารในเมือง แต่ด้วยอุดมการณ์ที่อยากจะทำอะไรเพื่อบ้านเกิด เลยกลับมาอยู่ที่คีรีวงและ เริ่มศึกษา หาวัตถุดิบ คิดค้นสูตรการสกัดสีจากใบไม้มาย้อมธรรมชาติด้วยตัวเองมานานกว่า 20 ปีแล้ว

เราไปถึงระหว่างที่พี่อุไรกำลังยุ่งระหว่างก่อเตาพอดี ในโรงย้อมกำลังอบอวลไปด้วยควัน ลองนึกภาพ (พี่อุไรผู้,สำหรับเรา,ช่างหน้าเหมือน) ศาสตราจารย์ทรีลอว์นีย์เวอร์ชั่นชุดผ้ามัดย้อมสีเอิร์ธโทน กำลังกวนหม้อปรุงยา มองไปในหม้อก็เห็นใบไม้ที่ถูกสับแล้วต้ม น้ำเริ่มเปลี่ยนสี

รูปบนนี้คือใบมังคุด ที่ให้สีส้ม ชมพู และน้ำตาล แล้วก็ยังมีใบหูกวางที่หาได้ง่ายมากในคีรีวง ฝักสะตอที่เหลือจากการทำอาหาร เปลือกลูกเนียง แก่นขนุน ฮ่อม ด้วย

เตาที่พี่อุไรก่อเอง (พี่อุไรเล่าว่า)เกิดจากการทดลองซ้ำๆหลายครั้ง พี่อุไรเป็นนักทดลองจริงๆ แม้แต่กับเรื่องเตา เตานี้ก่อด้วยปูน ถ้าปิดปากเตามากเกินไปไฟก็จะดับเพราะอากาศเข้าไปไม่ได้ ถ้ากว้างไปก็จะสูญเสียความร้อน การทำสีจากใบไม้กิ่งไม้ต้องต้มทิ้งไว้เป็นวันๆ และแม้ดับไฟตอนกลางคืน เตาก็ต้องเก็บความร้อนไว้ตลอดเวลาจนกว่าจะมาจุดเตาใหม่ในตอนเช้า

ขั้นตอนของการทำผ้ามัดย้อม คร่าวๆก็มีตั้งแต่การเก็บใบไม้มาสับให้ละเอียด นำไปต้มทิ้งไว้ในหม้อ ระหว่างรอให้สีออก ก็นำผ้ามามัด หนีบ ด้วยไม้ไผ่เพื่อให้เกิดลวดลาย ในขั้นตอนนี้ไม่ว่าจะเก่งศิลปะหรือไม่ก็สามารถทำได้อย่างสนุกๆ เพราะจริงๆแล้วที่นี่อยากให้ทุกคนสนุกกับการทดลอง ภาพด้านล่างนี้คือไม้ไผ่ที่ใช้หนีบให้เกิดลวดลาย

หลังจากพูดคุยกับพี่อุไร ก็เข้าใจว่าสิ่งที่ทำให้ที่นี่แตกต่างจากที่อื่นๆคือ อาร์ตไดเรคชั่นและ vision แบบดีไซเนอร์ตัวจริง พี่อุไรวางแผนแบรนด์เป็นอย่างดีและรู้ใจตลาดแต่ละกลุ่ม แต่ด้วยความที่แกอินดี้สุดๆ(คำที่แกพูดบ่อยมากคือ ตามอารมณ์ ตามฟีลลิ่ง) ชอบจับเล็กผสมน้อย จึงมักทดลองอะไรแปลกๆใหม่ๆอยู่เสมอ ทุกเทคนิคที่แกทดลองมันช่างเป็นวิทยาศาสตร์ พี่อุไรจะมีสมุดบันทึกที่จดทุกการทดลองและผลลัพธ์ไว้ เช่น บางทีก็นำส่วนที่ไม่คิดว่าจะสกัดสีได้มาลองต้มดู หรือมัด หนีบมั่วๆให้เกิดลวดลายแปลกๆ ไปจนถึงการแปรรูป โดยผ้าที่ได้พี่อุไรก็จะนำมาตัดเย็บเป็นเสื้อผ้า กระเป๋า accessories ทั้งของผู้ชายผู้หญิง ตอบโจทย์ลูกค้าหลายกลุ่มตั้งแต่ผู้ใหญ่ข้าราชการยันแม่บ้านญี่ปุ่น จนมีลูกค้าไกลถึงสแกนดิเนเวีย ญี่ปุ่น และอเมริกา เป็นการนำวัสดุท้องถิ่นมาทำให้เกิดมูลค่าและใช้ประโยชน์อย่างสูงสุดจริงๆ

ระหว่างรอการต้มย้อมสีอยู่ พี่อุไรเลี้ยงขนมจีนเราอีกมื้อ อร่อยสุดๆ เพียงไม่นาน พี่อุไรก็แกะม้วนผ้าขยุกขยุย ออกมาเป็นผ้ามัดย้อมสีใบหูกวาง ผืนใหญ่ลายน่ารักมาให้เราได้ชม

ติดตามภาค3

จองกิจกรรม: คลิก!

Credit: Special Thanks to: VanilaWalk and WalkPaper (Writers), CreativeMove, การท่องเที่ยวเเห่งประเทศไทย (ททท.), การบินไทยPORTFOLIOS*NET 

หมู่บ้านคีรีวเป็น 1 ใน 7 ชุมชนที่เข้าร่วมโครงการประกวดสร้างสรรค์ Green Ragners โดย CreativeMOVE ที่ Hivesters ร่วมสนับสนุนกับการท่องเที่ยวเเห่งประเทศไทย (ททท.)การบินไทย และ PORTFOLIOS*NET | รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการ คลิก!